สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆตามฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิเมษายน - มิถุนายน

ช่วงเวลาให้บริการของปี2020 มีดังต่อไปนี้

  • ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริิการทุกเส้นทาง (เด็นเทสึโทยาม่า – ชินาโน่โอมัตจิ) 15 เมษายน 2020 – 30 พฤศจิกายน
  • ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่่วน (เด็นเทสึโทยาม่า – มิดางะฮาระ) 10 เมษายน 2020– 14 เมษายน
  • ปิดเส้นทางตั้งแต่ เดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนเมษายน

เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ เส้นทางแอลป์จะกลายเป็นถนนหิมะที่ “ถูกแกะให้ผ่าน”ได้โดยตลอดอย่างแท้จริง ไม่มีสถานที่ใดที่จะสัมผัสประสบการณ์เช่นนี้ได้อีกแล้ว ผู้คนจำนวนมากจากทุกมุมโลกล้วนรู้สึกประทับใจอย่างมากมายกับความสูง 18 เมตรของกำแพงหิมะ เมื่อมองไกล ๆ จากรถบัสด้านบน เป็นท้องฟ้าสีคราม,มองระหว่างแนวกำแพงหิมะเป็นภูเขาฉาบหิมะสีขาวจัดมากมาย รวมทั้งเมื่อเดินเล่นกลางทุ่งหิมะที่เห็นสุดลูกหูลูกตาที่มูโรโด อาจได้พบนกสายฟ้าสีขาวระหว่างทางด้วยได้นกไรโจที่ทาเตยามะถูกเรียกว่า(นกของเทพเจ้า) กล่าวกันว่าผู้ที่ได้เห็นนกไรโจจะได้พบกับความสุข นกไรโจสามารถพบเห็นได้บ่อยที่บริเวณมูโรโดและที่บ่อน้ำมิกุริกะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน
หากจะมาชมกำแพงหิมะแนะนำให้มาช่วงเดือนมิถุนายน ถึงแม้จะเป็นช่วงปลายเดือนมิถุนายนก็ยังมีความสูงกว่า10เมตร สามารถเที่ยวชมได้อย่างไม่ต้องรีบร้อนเนื่องจากคนที่มาเที่ยวในเดือนมิถุนายนมีน้อย อีกทั้งที่ทาเตยามะในช่วงเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงอื่นแล้วอากาศอบอุ่นและสภาพอากาศไม่แปรปรวน

อุณหภูมิ

ลักษณะภูมิประเทศบนเส้นทางแอลป์ทาเตยามะ ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงมากกว่า 3000 เมตร จึงมีอุณหภูมิแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับพื้นที่ราบโดยรอบ

มูโรโด(ในเส้นทางแอลป์)
เดือน 4 5 6
อุณหภูมิสูงสุด 6°C 10°C 14°C
อุณหภูมิต่ำสุด -3°C 3°C 7°C

ฤดูใบไม้ผลิ(เมษายน-มิถุนายน)

มูโรโดและทุ่งมิดางะฮาระยังคงมีหิมะปกคลุม เพื่อให้เดินเล่นได้อย่างสบาย และเราขอแนะนำให้คุณใช้รองเท้าบูตกันน้ำ พร้อมกับเพื่อกันความจ้าของแสงอาทิตย์ที่ส่องบนหิมะแล้วสะท้อนสู่ตาจึงขอแนะนำคุณให้พกครีมและแว่นกันแดดติดตัวมาด้วย

สิ่งของที่พกติดตัวแล้วจะสะดวก
ถุงมือ แผ่นแปะให้ความอุ่น ผ้าพันคอ หมวกไหมพรม ปลอกคอสวมให้ความอุ่น แว่นกันแดด

* ช่วงที่มีอีเว้นต์ “ยูคิโนะโอทานิ” อากาศจะค่อนข้างหนาว ต้องสวมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวจัด

นกไรโจ(นกสายฟ้าหรือptermigan)

อาศัยอยู่เฉพาะแถบภูเขาเพราะสมัยก่อนได้รับความสำคัญในฐานะที่เป็น“นกส่งสารของเทพเจ้า”ทำให้แม้ผู้คนจะเข้าไปใกล้ก็จะไม่หนี นอกจากนี้จะผลัดสีขนได้ต่างกันโดยสิ้นเชิงในฤดูร้อนกับฤดูหนาว, เป็นนกที่ดำรงพันธ์ุมาตั้งแต่สมัยยุคน้ำแข็ง,เพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้รับการกำหนดให้เป็นอนุสรณ์พิเศษเชิงธรรมชาติ(special natural monument) นกชนิดนี้อาศัยอยู่ประมาณ 240 ตัวบริเวณมูโรโด ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นนกไรโจสีน้ำตาลได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะช่วงที่ยังมีหิมะสีขาวเหลืออยู่บ้างระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน